Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot dot
dot
กิจกรรมก่อนเรียน
dot
dot
กิจกรรมการเรียน
dot
dot
สมัครE-mail
dot
dot
สมุดบันทึก
dot
dot
กิจกรรมเสริมหลักสูตร
dot
dot
เว็บไซต์แนะนำ
dot




6.1 ความสันโดษ

หลักธรรมสำหรับพัฒนาตนเองให้ยึดมั่นในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

                หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาที่กล่าวมาแล้ว ได้แก่  หลักไตรลักษณ์ซึ่งเป็นหลักแห่งความเปลี่ยนแปลง  หลักปฏิจสมุปบาทซึ่งเป็นหลักของเหตุปัจจัย  หลักกรรมซึ่งเป็นหลักของการกระทำ  หลักอริยสัจซึ่งเป็นหลักของเหตุและผล  สัมมาอาชีวะ ทิฎฐธัมมะมิกัตถะ  สัปปุริสธรรม 7 ความมีสัจจะ ความซื่อสัตย์ ความขยัน ความอดทน ฯลฯ เป็นต้น ศาสนิกชนต้องใส่ใจและนำไปยึดถือปฏิบัติเพื่อให้เกิดความยึดมั่นในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว นอกจากหลักธรรมที่กล่าวมาแล้ว ยังมีหลักธรรมที่สำคัญ คือ หลักความสันโดษ

                พระพุทธองค์ทรงแนะนำชาวโลกให้หาความสุขโดยการถือสันโดษ คำว่าสันโดษ แปลว่าความยินดี คือความพอใจ ความยินดีด้วยของของตนซึ่งได้มาด้วยความเพียร ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และโดยชอบธรรม สันโดษเป็นคำมาจากภาษาสันกฤต  ส่วนคำบาลีจะว่าสันตุฎฐี ดังเช่นพระพุทธภาษิตว่า สนฺตุฎฐี ปรมํ ธนํ (ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง)

                มีความเข้าใจผิดกันว่า สันโดษ คือความไม่กระตือรือรือร้น งอมืองอเท้า ไม่ดิ้นรนขวนขวายหาทรัพย์ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา (พระธรรมปิฎก 2543 : 788-797) แต่ความหมายของสันโดษมิได้มีลักษณะเช่นนั้นสันโดษเป็นหลักธรรมที่ให้มนุษย์เกิดความยั้งคิดรู้จักพอ หยุดความอยากความต้องการไม่ให้มีมากเกินไปจนเกิดความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว และเอาเปรียบผู้อื่น สันโดษใช้ได้กับทุกกรณีตั้งแต่  การกิน การนุ่งห่ม การซื้อหา เครื่องอุปโภคบริโภค แม้แต่คู่ครอง หากทุกคนพอใจและถือสันโดษ ความต้องการในสิ่งต่างๆก็จะต้องการเพียง พอเหมาะสมกับฐานะ  สถานภาพของตน ปัญหามักมีอยู่ว่าขอบเขตของความเพียงพออยู่ที่ใด  พระพุทธองค์จึงทรงสอนถึงเรื่องปัญญาให้พุทธศาสนิกชน รู้จักสร้างปัญญาให้รู้ เพื่อจะได้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ฉะนั้นความรู้จักพอหรือรู้จักถือสันโดษอันเป็นความสุขอย่างยิ่งตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา จึงขึ้นอยู่กับปัญญาของแต่ละบุคคลว่าจะรู้จัก  ถือสันโดษ คือมีจุดของความพอดี ความพอเพียงอยู่ในระดับใด  

สันโดษมี 3 อย่าง คือ 

                1. ยถาลาภสันโดษ คือยินดีตามที่ได้ ยินดีตามที่พึงได้ คือตนได้สิ่งใดมาหรือเพียรหาสิ่งใดมาได้เมื่อเป็นสิ่งที่ตนพึงได้ ไม่ว่าจะหยาบหรือประณีตแค่ไหนก็ยินดีพอใจด้วยสิ่งนั้น ไม่ติดใจอยากได้สิ่งอื่น ไม่เดือดร้อนกระวนกระวายเพราะสิ่งที่ตนไม่ได้มา ไม่ปรารถนาสิ่งที่ตนไม่พึงได้ หรือเกินไปกว่าที่ตนพึงได้โดยถูกต้องชอบธรรม ไม่เพ่งเล็งปรารถนาของสิ่งที่คนอื่นได้ จนเกิดความริษยา 

                2.ยถาพลสันโดษ คือยินดีตามกำลัง ยินดีแต่พอแก่กำลังร่างกายสุขภาพและวิสัยแห่งการใช้สอยของตน ไม่ยินดีอยากได้เกินกำลังตนมี หรือหากได้สิ่งใดมาอันไม่ถูกกับกำลังร่างกาย หรือสุขภาพ ก็ไม่ควรหวงแหนเก็บรักษาไว้ให้เสียประโยชน์ ควรสละให้ผู้อื่นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ก็นับเป็นการดีทำให้ความตระหนี่ที่มีในตนลดลง มีความสันโดษเพิ่มขึ้น การรู้จักเป็นผู้ให้ย่อมนำความสุขและอิ่มเอิบใจมาสู่ตน

                3.ยถาสารุปปสันโดษ คือยินดีตามสมควร ยินดีตามที่เหมาะสมกับตนอันสมควรแก่ภาวะ ฐานะ แนวทางชีวิต และจุดหมายแห่งการบำเพ็ญกิจของตน

                จะเห็นว่าความสันโดษเป็นการสร้างสุขให้แก่ชีวิตการรับและการได้มาหากไม่มีสติก็อาจลุ่มหลงไปตามอำนาจของโลภะอย่างไม่มีขอบเขต “ความรู้จักพอก่อสุขทุกสถาน" จึงเป็นคำเตือนสติให้ตนรู้จักความสุขที่แท้จริง ดังคำพูดที่ว่า คนที่รวยที่สุดคือ คนรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมี และ คนที่จนที่สุดคือ คนที่ไม่รู้จักพอ แม้จะยกภูเขาที่เป็นทองทั้งลูกให้ เขายังปรารถนาภูเขาทองลูกอื่นต่อไปอีก เพราะไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ มหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ คนโลภย่อมไม่อิ่มด้วยอามิสฉันใดคนไม่ถือสันโดษย่อมเป็นเช่นนั้น และคนจนย่อมจนเพราะไม่พอมากกว่าจนเพราะไม่มี ดังนั้นการมีชีวิตอยู่จึงควรอยู่อย่างมีความสุขโดยการใช้หลักธรรมในพระพุทธศาสนาคือการขยันหมั่นเพียรหาเลี้ยงชีพด้วยอาชีพที่สุจริตไม่เป็นภัยต่อตนเองหรือสังคม เมื่อหาทรัพย์มาได้แล้วต้องรู้จักเก็บออมระมัดระวังในการใช้จ่ายไม่ก่อให้เกิดหนี้จนล้นพ้นตัวและถือสันโดษพอใจตามมีตามได้ตามกำลังและความจำเป็นของตน

 เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ




หน่วยการศึกษาที่ 5 หลักธรรมกับชีวิต

การประเมินผลประจำหน่วย
ตอนที่ 1 หลักธรรมสำหรับพัฒนาตนเองให้มีระเบียบวินัย
1.1 เบญจศีล article
1.2 วินัยคฤหัสถ์ article
1.3 สติ สัมปชัญญะ article
1.4 องค์ธรรมในอริยมรรค
1.5 กุศลกรรมบถ 10
1.6 เบญจธรรม
ตอนที่ 2 หลักธรรมสำหรับพัฒนาตนเอง ให้มีความซื่อสัตย์ สุจริต และยุติธรรม article
2.1โลกบาลธรรม article
2.2 สุจริต 3 article
2.3 อคติ 4 article
ตอนที่ 3 หลักธรรมสำหรับพัฒนาตนเองให้มีความขยัน อดทน ประหยัด และยึดมั่นในสัมมาชีพ article
3.1 จตุคำ ( อุ อา กะ สะ ) article
3.2 ขันติ โสรัจจะ article
ตอนที่ 4 หลักธรรมสำหรับพัฒนาตนเองให้มีความเสียสละ เมตตากรุณา กตัญญูกตเวทีและสามัคคี article
4.1 ฆราวาสธรรม article
4.2 อธิษฐานธรรม article
4.3 อารยวัฒิ article
4.4 สมชีวิธรรม article
4.5.1 พรหมวิหาร 4 (ความเมตตา) article
4.5.2 พรหมวิหาร 4 (ความกรุณา) article
4.6 สาราณียธรรม article
4.7 เบญจธรรม article
4.8 ความกตัญญูกตเวที article
4.9 ทิศ 6 article
4.10 สังคหวัตถุ 4 article
ตอนที่ 5 หลักธรรมสำหรับพัฒนาตนเองให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองครอบครัว สังคม และ ประเทศชาติ article
5.1แสงเงินแสงทองของชีวิต article
5.2 สัปปุริสธรรม 7 article
5.3 ธรรมาธิปไตย article
5.4 อปริหานิยธรรม 7 article
5.5 นาถกรณธรรม article
5.6 กุลจิรัฏฐิติธรรม 4 article
5.7เป็นราษฏรที่มีคุณภาพ article
ตอนที่ 6 หลักธรรมสำหรับพัฒนาตนเองให้ยึดมั่นในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
6.2 เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ
6.3 หลักเศรษฐกิจพอเพียง
บทสรุปหลักธรรมกับชีวิต



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เว็บมาสเตอร์ : สุวลัยพร พันธ์โยธี สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตอุดรธานี 042-222900 ต่อ 109 สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๔๖ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗